Free Hit Counter
  • ประวัติความเป็นมา
  • ลักษณะสภาพสนาม หลุม 1-9
  • ลักษณะสภาพสนาม หลุม 10-18
ประวัติความเป็นมาของศูนย์กีฬากอล์ฟอดิศร
 
         ศูนย์กีฬากอล์ฟอดิศร เดิมใช้ชื่อว่า "สนามกอล์ฟอดิศร" เริ่มก่อตั้งในสมัย พลตรี เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า/ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรี (ยศในขณะนั้น) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2515 บนเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ต้องการใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย ของข้าราชการในค่ายอดิศร อีกทั้งใช้เป็นที่นัดพบปะสังสรรค์ ออกกำลังกายร่วมกันกับข้าราชการหน่วยงานอื่น พ่อค้า ประชาชน รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดสระบุรี จะเห็นได้จากผู้ให้การสนับสนุนร่วมกันก่อตั้งสนามในอดีต เช่น นายเลิศ หงส์ภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีในขณะนั้น นายช่างทวี วีระพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานกระเบื้องกระดาษไทย โรงงานสระบุรีสำหรับสภาพสนามเริ่มแรกมีเพียง 9 หลุม ออกแบบโดย นายทิม ทัพวิบูลย์ ผู้ฝึกสอนกอล์ฟสโมสรกอลทัพบก และได้เปิดให้ใช้บริการเรื่องมา จนถึงปี พ.ศ.2533 ผู้บริหารสนามจึงได้ดำเนินการปรับปรุงให้เป็นสนามมาตรฐาน 18 หลุม เพื่อให้เกิดความทท้าทาย และรองรับผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น จนถึงปัจจุบันนี้เปิดให้บริการมานานกว่า 35 ปี
   
   
   
   
   
   

 

ลักษณะทั่วไปของสนามกอล์ฟ

          ศูนย์กีฬากอล์ฟอดิศร มีความยาวสนามรวม 6.610 หลา สำหรับหมุดน้ำเงิน พาร์ 72 สภาพโดยทั่วไปของสนาม ค่อนข้างจะมีต้นไม้เรียงทอดยาวขนานไปกลับแนวแฟร์เวย์ทั้งสองด้าน รวมถึงต้นไม้ที่อยู่ในแฟร์เวย์ซึ่งต้องใช้สมาธิ และการวางแผน ในการ ที-ออฟ เป็นอย่างมาก เพราะถ้าไดร์ฟลูกไม่แม่นแฟร์เวย์แล้ว ก็ต้องทำใจที่จะต้องเลย์อัพออกจากแนวต้นไม้ โอกาสที่จะทำพาร์ค่อนข้างลำบาก สำหรับความลาดเอียงของแฟร์เวย์ค่อนข้างน้อย ส่วนมากจะเป็นพื้นราบซะเป็นส่วนใหญ่ (คล้ายแฟร์เวย์ของสนาม ทบ.) แต่ที่นักกอล์ฟจะประมาทไม่ได้ก็คือ ในส่วนที่เป็นอุปสรรคน้ำภายในสนามที่ท้าทายท่านนักกอล์ฟ ว่าจะวางตัว หรือจะสู้เพื่อทำสองออนในหลุมพาร์ 5 และอุปสรรคน้ำหน้ากรีนของพาร์ 3 ทุกหลุม ที่จะทำให้นักกอล์ฟทั้งซิงเกิลแฮนดิแคป และดับเบิ้ลแฮนดิแคป ต้องพิสูจน์ฝีมือกันอย่างเต็มที่ สรุปโดยรวมแล้วถึงแม้จะไม่ใช่สนามภูเขาอย่างแท้จริง แต่ก็ได้ภูมิทัศน์รอบข้างที่มีภูเขาตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหลัง มองแล้วกลมกลืนปรุงแต่งให้ท่านนักกอล์ฟได้สัมผัสบรรยากาศ และความท้าทายของศูนย์กีฬากอล์ฟอดิศร แห่งนี้

   

หลุม 1 พาร์ 4 ระยะ 406 หลา

          หลุมนี้จะต้องคำนวณระยะให้ดีถ้า ที-ซ๊อต ตามลม เพราะระยะของอุปสรรคน้ำด้านซ้ายก่อนถึงกรีนระยะจากแท่น ที-ออฟ ถึงอุปสรรคน้ำอยู่ประมาณ 240 หลา สำหรับนักกอล์ฟที่ตีไกล เลิกใช้หัวไม้หนึ่งได้เลย นอกจากจะต้องเล็งไปทางด้านขวามือ ซึ่งมีความกว้างของแฟร์เวย์ประมาณ 40 หลาจากขอบบ่อ ก็สามารถที่จะขึ้นออนด้วย เวดจ์ หรือ เหล็กเก้า ส่วนกรีน ลักษณะเป็นวงรียาว ข้อสำคัญซ๊อตสองขึ้นกรีน ห้ามตกด้านหลังเด็ดขาด โดยเฉพาะหลุมเจาะบริเวณค่อนไปทางหลังกรีน เพราะกรีนจะยกด้านหลังสูง ทำให้พื้นที่ให้ลูกตกค่อนข้างน้อย

   

หลุม 2 พาร์ 4 ระยะ 406 หลา

          หลุมพาร์ 4 สั้น ตามลม สามารถทำวันออนได้เลยสำหรับท่านที่ตีไกล แท่น ที-ออฟ จะยกสูงกว่าระดับแฟร์เวย์ที่ค่อนข้างตรง แต่ด้านขวาหน้า ที-ออฟ มีต้นยูคาลิปตัสกลุ่มใหญ่บังอยู่ ด้านซ้ายมีอ่างเก็บน้ำ เพราะฉะนั้นต้องระวังอย่าเร่งมากเกินไป อาจจะรวบตกน้ำด้านซ้ายได้ และอีกอย่างถ้าเป็นคนที่ถนัดตีเฟด หรือตีสไลด์ จะได้เปรียบเพราะก่อนถึงกรีน จะมีกลุ่มต้นไม้สูงบังไว้ทางซ้ายมือ ถ้าไดร์ฟเข้าไปข้างหลังต้นไม้นี้ ก็ต้องใช้การแก้ปัญหาเข้าช่วย กรีนก็เช่นกัน ยกสูงไปด้านหลัง ด้านหน้ามีบ่อทรายขวางอยู่หนึ่งบ่อ ต้องคำนวณระยะให้แม่น ถ้าหลุมเจาะด้านหน้าหลังบ่อทราย

   

หลุม 3 พาร์ 5 ระยะ 576 หลา

          หลุมนี้ต้องไดร์ฟตรง และต้องวางแผนการเล่นให้รัดกุม เนื่องจาก ซ๊อตที-ออฟ จะมีต้นไม้ใหญ่ในแฟร์เวย์ ยืนเรียงเป็นกรอบรูปสามเหลี่ยม ระยะพอดีกับนักกอล์ฟตั้งแต่ซิงเกิลปลายๆ จนถึงดับเบิ้ลแฮนดิแคป รวมทั้งด้านซ้ายตลอดแนวมีต้นไม้ซ้อนกันหนาแน่น จึงมิใช่ความปราถนาของนักกอล์ฟที่ต้องการจะเข้าไป ซ๊อตสองวางตัวจึงไม่ใช้เรื่องง่าย เพราะแฟร์เวย์จะมีอุปสรรคน้ำขวาง และปลายเป็นรูปแหลมเข้าหาน้ำ ถ้าวางได้ไม่ลึกก็ต้องขึ้นกรีนระยะไม่ต่ำกว่า 160 ถึง 170 หลา ซึ่งจะทำให้ทางเข้าของกรีนซึ่งเล็กอยู่แล้ว ก็ยิ่งเล็กมากกว่าเดิมอีก เนื่องจากข้างกรีนล้อมรอบไปด้วยบังเกอร์ทรายถึงสี่บ่อ กรีนนี้มีลักษณะเป็นหลังเต่านิดๆ ถ้าเจาะธงไว้ข้างหน้าก็อย่าไปออนข้างหลัง มิฉะนั้นจะสามพัตต์ได้ง่าย

   

หลุม 4 พาร์ 3 ระยะ 187 หลา

          หลุมนี้ความยากอยู่ที่การขึ้นกรีน เนื่องจากมีต้นไม้สูงยืนต้นขวางหน้ากรีนทางขวา ดังนั้นนักกอล์ฟต้อง ที-ซ๊อต ให้ลูกลอยโด่งเพื่อข้ามต้นไม้ และตกลงบนกรีนอย่างนิ่มนวล ลักษณะของกรีนมีสองสองระดับ ไล่ระดับความสูงได้เด่นชัดมาก และกรีนค่อนข้างเรียวแคบล้อมรอบด้วยบังเกอร์ทรายสามบ่อ ซึ่งเป็นการทดสอบนักกอล์ฟอีกอย่างหนึ่งว่า นักกอล์ฟจะมีความสามารถระเบิดทรายได้ดีเพียงใด ในลักษณะของพื้นที่ที่ตกบนกรีนน้อย และต้องระเบิดขึ้นให้ลูกลอยสูง และตกบนกรีน

   

หลุม 5 พาร์ 4 ระยะ 399 หลา

          หลุมพาร์ 4 อุปสรรคโอบีด้านซ้ายเป็นตัวบีบหัวใจของนักกอล์ฟสำหรัการ ที-ซ๊อต ส่วนด้านขวามีแนวต้นไม้สูงสองสามต้น คอบรบกวนสมาธิของนักกอล์ฟได้ง่าย หลุมนี้ถือเป็นหลุมยากก็ว่าได้ โดยนักกอล์ฟถูกบังคับให้ต้องวางตัวไว้หลังเขตอุปสรรคน้ำ ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าไหลผ่านไปหน้าแท่น ที-ออฟ หลุม 4 ถ้าจะตีข้ามก็ต้องไดร์ฟให้ได้ระยะสัก 280 หลาขึ้นไป หรือถ้าเป็นหมุดหน้าตามลมก็พอไหว ทำให้มีระยะขึ้นกรีนประมาณ 170 หลา แต่ถ้าวางได้ลึกก็จะอยู่ที่ระยะ 160 หลา ข้อควรระวังก็คือ ในซ๊อตที่สอง ลักษณะของแฟร์เวย์จะเทเข้าหาน้ำ ทำให้หน้าต่ำหลังสูง ถ้าไม่ระวังให้ดีจะตีท๊อปตกน้ำได้ง่าย ส่วนกรีนจะยกระดับสูงกว่าพืื้น ด้านหน้าจะมีบังเกอร์ทรายสองบ่อ ด้านหลังหนึ่งบ่อ หลุมนี้จะตีออนยากซึ่งมีสาเหตุจากที่กล่าวมาแล้ว คือ ตำแหน่งลูกอยู่ระหว่างหน้าต่ำหลังสูงตอนที่ตีขึ้นซ๊อตสอง

   

หลุม 6 พาร์ 3 ระยะ 140 หลา

          หลุมนี้นอกจากจะมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งแล้ว ยังผสมผสานกับความสนุก ความเร้าใจที่จะต้องลุ้นว่าลูกกอล์ฟของเราจะตกน้ำหรือเปล่า ถึงแม้จะเป็นพาร์ 3 ที่ไม่ไกล แต่ก็เป็นหลุมที่ทดสอบนักกอล์ฟได้หลายรูปแบบ คืออย่างแรก เนื่องจากเป็นการตีขึ้นกรีนที่ยกสูงกว่าระดับ ที-ออฟ นักกอล์ฟยังต้องเผื่อเหล็กให้ถูกเบอร์ สอง การคำนวณทิศทางลม เพราะหลุมนี้ลมมีอิทธิพลอยู่มาก สาม จิตใจของนักกอล์ฟว่าจะมีความมั่นคงเพียงใดว่าจะหวั่นไหว ต่ออุปสรรคน้ำหรือไม่ สี่คือ หลุมทรายที่อยู่รอบกรีนทั้งด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลัง จะเป็นตัวทดสอบฝีมือการระเบิดทรายของนักกอล์ฟได้ดีทีเดียว

   

หลุม 7 พาร์ 4 ระยะ 431 หลา

          หลุมนี้ค่อนข้างยาว สิ่งที่ทำให้นักกอล์ฟต้องระวังคือ ต้นไม้ด้านซ้ายหน้า ที-ออฟ มีผลทำให้ไดร์ฟตกน้ำข้างแฟร์เวย์ด้านขวาได้ ซึ่งที่ผ่านมาตกน้ำกันเป็นส่วนมาก ดังนั้นเวลาปักทีตีทางขวา ให้เล็งไปที่ต้นไม้ต้นเล็กๆ กลางแฟร์เวย์ทางด้านซ้าย ส่วนซ๊อตที่จะตีออนจะต้องแม่นกรีน เนื่องจากมีบังเกอร์ทรายขวางด้านหน้า เกือบครึ่งกรีนยาวไปทางด้านซ้าย ด้านขวาก็จะมีบังเกอร์ทรายชิดขอบกรีนลึก และด้านหลังยังมีอีกหนึ่งบ่อ ส่วนเมื่อออนกรีนแล้ว ต้องสังเกตเขาด้านหลังให้ดีถ้าพัตต์หันหน้าเข้าหาเขา แสดงว่าพัตต์ขึ้น แต่บนกรีนเหมือนพัตต์ทางลง ดังนั้นจึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก

   

หลุม 8 พาร์ 5 ระยะ 510 หลา

          หลุมพาร์ 5 อุปสรรคโอบีด้านซ้าย ประกอบกับต้นไม้กลางแฟร์เวย์ หลุมนี้ถ้ามั่นใจว่าไดร์ฟตรง ให้เล็งทางซ้ายเบียดโอบี มีสิทธิทำสองออนได้ไม่ยาก เพราะมุมด้านนี้เปิดโล่งไม่มีต้นไม้ขวางหน้า ก็ต้องแลกกัน ขึ้นอยู่ว่าจะมีความมั่นใจหรือไม่ ส่วนบนกรีนไม่ปัญหา ยกเว้นเวลาหลุมเจาะหน้ากรีน มีโอกาสหลุดสามพัตต์ได้ง่ายๆ

   

หลุม 9 พาร์ 4 ระยะ 371 หลา

          ถ้ายืนที่แท่น ที-ออฟ จะมีความรู้สึกว่าง่ายมากสำหรับหลุมนี้ แต่ต้องหันกลับมามองว่า เมื่อพลาดในซ๊อตที-ออฟ เพราะแฟร์เวย์มีด๊อกเลคซ้าย ทำให้การตีในซ๊อตแรก มีสิทธิหลุดแฟร์เวย์เข้าแนวต้นได้ทางขวาได้ ประกอบกับสนามเลี้ยงราฟไว้เพื่อชดเชยความง่ายตามความคิดของนักกอล์ฟ และกรีนก็ยกสูงไปทางด้านหลัง ซึ่งกรีนมีความลาดเอียงค่อนข้างมาก ตามตำแหน่งการเจาะหลุม นอกจากนี้ ทรายก็ยังคงเป็นอุปสรรคกวนใจสำหรับนักกอล์ฟที่จะทำสองออน และทำสองพัตต์ ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องของความท้าทายให้ท่านลองมาทดสอบดู

   

หลุม 10 พาร์ 4 ระยะ 335 หลา

          หลุมนี้มีด๊อกเลคขวา สามารถไดร์ฟตัดแฟร์เวย์และข้ามบ่อน้ำ ระยะเหลือไม่เกิน 90 หลา แต่ก็ต้องเป็นนักกอล์ฟที่ทีซ็อตแครี่บอลสูง เพื่อให้สามารถลอยข้ามต้นก้ามปูที่อยู่ตรงหัวมุมของโค้งด๊อกเลคขวาให้ได้ แต่อย่าลืมแนวโอบีด้านขวายาวจนถึงกรีน สำหรับนักกอล์ฟที่ตีได้ไม่ไกล ก็ควรวางตัวไว้หลังอุปสรรคน้ำและขึ้นซ็อตสองประมาณ 160 หลา

   

หลุม 11 พาร์ 3 ระยะ 173 หลา

          จุดเด่นของหลุมนี้เหมือนต้องเตะฟุตบอลเข้าประตู เนื่องจากหน้า ที-ออฟ จะมีต้นไม้อยู่สองต้น ลักษณะเหมือนเสาประตู กรีนยกระดับความสูงไปทางด้านหลัง ดังนั้นตำแหน่งของธงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าตำแหน่งธงอยู่หลัง ต้องเพิ่มเหล็กอีกหนึ่งเบอร์ บังเกอร์ทรายขนาบซ้ายขวา หลุมนี้ ที-ออฟ จะเล็งไปทางขวาของกรีนทำให้หลอกตาได้

   

หลุม 12 พาร์ 4 ระยะ 403 หลา

          สำหรับหลุมนี้ทางตรงตลอด แต่บั่นทอนจิตใจนักกอล์ฟด้วย โอบีด้านขวาตลอดแนว จุดเล็งต้องทีซ็อตเล็งที่หลักบอกระยะ 100 หลา ด้านซ้ายมือ กรีนหลุมนี้ค่อนข้างบาง มีบังเกอร์ทรายอยู่ด้านหน้า หลังกรีนและด้านขวาค่อนข้างมีสโลปบนกรีนมาก การอ่านไลน์พัตต์เป็นสิ่งสำคัญ

   

หลุม 13 พาร์ 5 ระยะ 483 หลา

          พาร์ห้าสั้น สามารถทำสองออนได้ ทางขวามีโอบีตลอดแต่คงไม่เป็นอุปสรรค เนื่องจาก แท่น ที-ออฟ เล็งไปทางซ้ายของแฟร์เวย์อยู่แล้ว การที่จะทำออนได้ ต้องเป็นนักกอล์ฟที่แฟร์เวย์วูด หรือเหล็กยาวที่ดี เพราะกรีนเรียวยาวแคบด้านหน้า และทางซ้ายมีบ่อน้ำมาเป็นตัวลดความมั่นใจ โอกาสเบอร์ดี้หรืออีเกิ้ลมีมาก

   

หลุม 14 พาร์ 4 ระยะ 364 หลา

          หลุมนี้ด๊อกเลคซ้าย และทางซ้ายมีโอบีตลอดแนว แต่ปัญหาคงจะเป็นต้นไม้หน้า ที-ออฟ ทางซ้าย ซึ่งจะทำให้นักกอล์ฟต้องตีเปิดไปทางขวาของแฟร์เวย์ ทำให้เสียระยะในการทำออน แต่ถ้าเป็นคนตีลูกให้ดรอว์ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ทำให้ขึ้นกรีนในระยะไม่ไกล กรีนมีสองระดับแต่ไม่มีปัญหา ยกเว้นถ้าเจาะหลุมธงหลัง ปัญหาเกิดทันทีเนื่องจากทำให้พัตต์ยาก บังเกอร์ทรายขวางอยู่ทางซ้าย ด้านหลัง และทางขวา ของกรีน

   

หลุม 15 พาร์ 5 ระยะ 527 หลา

          หลุมนี้แฟร์เวย์กว้างใส่กันได้สุดๆ ยิ่งถ้า ที-ออฟ เบียดมาทางขวาของแฟร์เวย์ได้ ก็จะขึ้นสองออนได้ง่าย เนื่องจากระยะเหลือประมาณ 230 หลาเท่านั้น แต่ต้องระวังโอบีทางด้านขวาเหมือนกัน จะทำเบอร์ดี้ก็ต้องเล่นเสี่ยงหน่อยเป็นธรรมดา สำหรับนักกอล์ฟที่ตีสั้นก็ต้องวางตัวหน้าอุปสรรคน้ำ แล้วเล่นซ็อตสามแบบสบายจะดีกว่า ระยะไม่เกิน 140 หลา แล้วไหปสู้กันที่พัตต์แน่นอนกว่า กรีนด้านซ้ายจะลาดชันสูงขึ้น ก็คงต้องคสบคุมน้ำหนักให้ดีถ้าออนบน

   

หลุม 16 พาร์ 3 ระยะ 172 หลา

          แท่น ที-ออฟ ยกสูงกว่าระดับกรีน ทำให้มองเห็นตำแหน่งธงได้ง่าย แต่อุปสรรคน้ำหน้าซึ่งเป็นบ่อกว้างเกือบจะถึงกรีน เป็นตัวทำลายจิตใจของนักกอล์ฟได้ดีทีเดียว ประกอบกับมีบังเกอร์ทรายขนาบอยู่ทั้งสองข้างของกรีน ซึ่งมีลักษณะเรียวยาวไปข้างหลัง สโลปจะเอียงจากขวาไปซ้าย การอ่านไลน์บนกรีนจึงดูได้ง่ายไม่ซ่อนเงื่อนอะไร สรุปแล้วหลุมนี้ต้องแม่นกรีนจริงๆ จึงจะมีโอกาสได้พาร์หรือเบอร์ดี้

   

หลุม 17 พาร์ 4 ระยะ 374 หลา

          หลุมนี้เป็นการทดสอบนักกอล์ฟว่าจะสามารถบังคับให้ลูกสไลด์ได้หรือไม่ เนื่องจากแฟร์เวย์ด๊อกเลคไปทางขวา เมื่อยืนที่แท่น ที-ออฟ จะมองเห็นอุปสรรคน้ำ และกลุ่มต้นไม้ขวางอยู่ข้างหน้าสองสามต้น รวมทั้งต้นไม่หน้ากรีนทางซ้าย จึงเป็นสาเหตุที่จะต้องไดร์ฟให้ลูกอยู่แฟร์เวย์ทางขวา เพื่อที่จะขึ้นกรีนได้ง่าย แต่ก็ต้องระวังโอบีทางขวาเช่นกัน หรือถ้าขวามากลูกก็จะตกเข้าไปในแนวต้นไม้ทางขวา ก็ต้องเคาะออกมาทำสามออน จึงขึ้นอยู่กับการวางแผนในการเล่นของนักกอล์ฟเองด้วย กรีนจะยกสูงโดยมีบังเกอร์ขนาบซ้ายขวา โดยเฉพาะทางขวาบังเกอร์สูงท่วมหัวทีเดียว

   

หลุม 18 พาร์ 4 ระยะ 420 หลา

          ความยาวของหลุมนี้ใช้ได้ทีเดียว ยิ่งถ้าตีทวนลมแล้วซ็อตขึ้นกรีนคงต้องเหนือยแน่ โดยเฉพาะด้านขวาของแฟร์เวย์ ขนาบไปด้วยต้นไม้ตลอดแนวรวมถึงบ่อน้ำที่พร้อมจะทำให้นักกอล์ฟเสียแต้มได้ ถ้าจะเบ่งเพื่อเพิ่มระยะ ส่วนด้านซ้ายก็เช่นกันโอบีกับแนวต้นไม้เข้ามามีส่วนประกอบ ที่ทำให้แฟร์เวย์หลุมนี้แคบลงไปอีกมาก ก่อนถึงกรีนก็จะมีต้นไม้ยืนเด่นคอยขวางลูกกอล์ฟที่จะทำออน ถ้าเกิดไดร์ฟลูกไปทางซ้ายของแฟร์เวย์มากเกินไป กรีนหลุมนี้จะอยู่ระดับเดียวกับพื้นแฟร์เวย์ แต่จะยกสูงขึ้นเล็กน้อยที่ท้ายกรีน หญ้าบนกรีนมีผลต่อการพัตต์เป็นอย่างมาก นักกอล์ฟอาจจะมองไม่เห็นว่ามีสโลปเลย แต่ไลน์ทำไมมากจัง ด้วยเหตุผลในเรื่องของหญ้านี่แหละคำตอบ

   
ศูนย์กีฬากอลฟ์อดิศร 54/275 ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี 18000
โทร 0-3621-2945