| | |
| หลุม 1 พาร์ 4 ระยะ 406 หลา หลุมนี้จะต้องคำนวณระยะให้ดีถ้า ที-ซ๊อต ตามลม เพราะระยะของอุปสรรคน้ำด้านซ้ายก่อนถึงกรีนระยะจากแท่น ที-ออฟ ถึงอุปสรรคน้ำอยู่ประมาณ 240 หลา สำหรับนักกอล์ฟที่ตีไกล เลิกใช้หัวไม้หนึ่งได้เลย นอกจากจะต้องเล็งไปทางด้านขวามือ ซึ่งมีความกว้างของแฟร์เวย์ประมาณ 40 หลาจากขอบบ่อ ก็สามารถที่จะขึ้นออนด้วย เวดจ์ หรือ เหล็กเก้า ส่วนกรีน ลักษณะเป็นวงรียาว ข้อสำคัญซ๊อตสองขึ้นกรีน ห้ามตกด้านหลังเด็ดขาด โดยเฉพาะหลุมเจาะบริเวณค่อนไปทางหลังกรีน เพราะกรีนจะยกด้านหลังสูง ทำให้พื้นที่ให้ลูกตกค่อนข้างน้อย |
| | |
หลุม 2 พาร์ 4 ระยะ 406 หลา หลุมพาร์ 4 สั้น ตามลม สามารถทำวันออนได้เลยสำหรับท่านที่ตีไกล แท่น ที-ออฟ จะยกสูงกว่าระดับแฟร์เวย์ที่ค่อนข้างตรง แต่ด้านขวาหน้า ที-ออฟ มีต้นยูคาลิปตัสกลุ่มใหญ่บังอยู่ ด้านซ้ายมีอ่างเก็บน้ำ เพราะฉะนั้นต้องระวังอย่าเร่งมากเกินไป อาจจะรวบตกน้ำด้านซ้ายได้ และอีกอย่างถ้าเป็นคนที่ถนัดตีเฟด หรือตีสไลด์ จะได้เปรียบเพราะก่อนถึงกรีน จะมีกลุ่มต้นไม้สูงบังไว้ทางซ้ายมือ ถ้าไดร์ฟเข้าไปข้างหลังต้นไม้นี้ ก็ต้องใช้การแก้ปัญหาเข้าช่วย กรีนก็เช่นกัน ยกสูงไปด้านหลัง ด้านหน้ามีบ่อทรายขวางอยู่หนึ่งบ่อ ต้องคำนวณระยะให้แม่น ถ้าหลุมเจาะด้านหน้าหลังบ่อทราย | |
| | |
| หลุม 3 พาร์ 5 ระยะ 576 หลา หลุมนี้ต้องไดร์ฟตรง และต้องวางแผนการเล่นให้รัดกุม เนื่องจาก ซ๊อตที-ออฟ จะมีต้นไม้ใหญ่ในแฟร์เวย์ ยืนเรียงเป็นกรอบรูปสามเหลี่ยม ระยะพอดีกับนักกอล์ฟตั้งแต่ซิงเกิลปลายๆ จนถึงดับเบิ้ลแฮนดิแคป รวมทั้งด้านซ้ายตลอดแนวมีต้นไม้ซ้อนกันหนาแน่น จึงมิใช่ความปราถนาของนักกอล์ฟที่ต้องการจะเข้าไป ซ๊อตสองวางตัวจึงไม่ใช้เรื่องง่าย เพราะแฟร์เวย์จะมีอุปสรรคน้ำขวาง และปลายเป็นรูปแหลมเข้าหาน้ำ ถ้าวางได้ไม่ลึกก็ต้องขึ้นกรีนระยะไม่ต่ำกว่า 160 ถึง 170 หลา ซึ่งจะทำให้ทางเข้าของกรีนซึ่งเล็กอยู่แล้ว ก็ยิ่งเล็กมากกว่าเดิมอีก เนื่องจากข้างกรีนล้อมรอบไปด้วยบังเกอร์ทรายถึงสี่บ่อ กรีนนี้มีลักษณะเป็นหลังเต่านิดๆ ถ้าเจาะธงไว้ข้างหน้าก็อย่าไปออนข้างหลัง มิฉะนั้นจะสามพัตต์ได้ง่าย |
| | |
หลุม 4 พาร์ 3 ระยะ 187 หลา หลุมนี้ความยากอยู่ที่การขึ้นกรีน เนื่องจากมีต้นไม้สูงยืนต้นขวางหน้ากรีนทางขวา ดังนั้นนักกอล์ฟต้อง ที-ซ๊อต ให้ลูกลอยโด่งเพื่อข้ามต้นไม้ และตกลงบนกรีนอย่างนิ่มนวล ลักษณะของกรีนมีสองสองระดับ ไล่ระดับความสูงได้เด่นชัดมาก และกรีนค่อนข้างเรียวแคบล้อมรอบด้วยบังเกอร์ทรายสามบ่อ ซึ่งเป็นการทดสอบนักกอล์ฟอีกอย่างหนึ่งว่า นักกอล์ฟจะมีความสามารถระเบิดทรายได้ดีเพียงใด ในลักษณะของพื้นที่ที่ตกบนกรีนน้อย และต้องระเบิดขึ้นให้ลูกลอยสูง และตกบนกรีน | |
| | |
| หลุม 5 พาร์ 4 ระยะ 399 หลา หลุมพาร์ 4 อุปสรรคโอบีด้านซ้ายเป็นตัวบีบหัวใจของนักกอล์ฟสำหรับการ ที-ซ๊อต ส่วนด้านขวามีแนวต้นไม้สูงสองสามต้น คอบรบกวนสมาธิของนักกอล์ฟได้ง่าย หลุมนี้ถือเป็นหลุมยากก็ว่าได้ โดยนักกอล์ฟถูกบังคับให้ต้องวางตัวไว้หลังเขตอุปสรรคน้ำ ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าไหลผ่านไปหน้าแท่น ที-ออฟ หลุม 4 ถ้าจะตีข้ามก็ต้องไดร์ฟให้ได้ระยะสัก 280 หลาขึ้นไป หรือถ้าเป็นหมุดหน้าตามลมก็พอไหว ทำให้มีระยะขึ้นกรีนประมาณ 170 หลา แต่ถ้าวางได้ลึกก็จะอยู่ที่ระยะ 160 หลา ข้อควรระวังก็คือ ในซ๊อตที่สอง ลักษณะของแฟร์เวย์จะเทเข้าหาน้ำ ทำให้หน้าต่ำหลังสูง ถ้าไม่ระวังให้ดีจะตีท๊อปตกน้ำได้ง่าย ส่วนกรีนจะยกระดับสูงกว่าพืื้น ด้านหน้าจะมีบังเกอร์ทรายสองบ่อ ด้านหลังหนึ่งบ่อ หลุมนี้จะตีออนยากซึ่งมีสาเหตุจากที่กล่าวมาแล้ว คือ ตำแหน่งลูกอยู่ระหว่างหน้าต่ำหลังสูงตอนที่ตีขึ้นซ๊อตสอง |
| | |
หลุม 6 พาร์ 3 ระยะ 140 หลา หลุมนี้นอกจากจะมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งแล้ว ยังผสมผสานกับความสนุก ความเร้าใจที่จะต้องลุ้นว่าลูกกอล์ฟของเราจะตกน้ำหรือเปล่า ถึงแม้จะเป็นพาร์ 3 ที่ไม่ไกล แต่ก็เป็นหลุมที่ทดสอบนักกอล์ฟได้หลายรูปแบบ คืออย่างแรก เนื่องจากเป็นการตีขึ้นกรีนที่ยกสูงกว่าระดับ ที-ออฟ นักกอล์ฟยังต้องเผื่อเหล็กให้ถูกเบอร์ สอง การคำนวณทิศทางลม เพราะหลุมนี้ลมมีอิทธิพลอยู่มาก สาม จิตใจของนักกอล์ฟว่าจะมีความมั่นคงเพียงใดว่าจะหวั่นไหว ต่ออุปสรรคน้ำหรือไม่ สี่คือ หลุมทรายที่อยู่รอบกรีนทั้งด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลัง จะเป็นตัวทดสอบฝีมือการระเบิดทรายของนักกอล์ฟได้ดีทีเดียว | |
| | |
| หลุม 7 พาร์ 4 ระยะ 431 หลา หลุมนี้ค่อนข้างยาว สิ่งที่ทำให้นักกอล์ฟต้องระวังคือ ต้นไม้ด้านซ้ายหน้า ที-ออฟ มีผลทำให้ไดร์ฟตกน้ำข้างแฟร์เวย์ด้านขวาได้ ซึ่งที่ผ่านมาตกน้ำกันเป็นส่วนมาก ดังนั้นเวลาปักทีตีทางขวา ให้เล็งไปที่ต้นไม้ต้นเล็กๆ กลางแฟร์เวย์ทางด้านซ้าย ส่วนซ๊อตที่จะตีออนจะต้องแม่นกรีน เนื่องจากมีบังเกอร์ทรายขวางด้านหน้า เกือบครึ่งกรีนยาวไปทางด้านซ้าย ด้านขวาก็จะมีบังเกอร์ทรายชิดขอบกรีนลึก และด้านหลังยังมีอีกหนึ่งบ่อ ส่วนเมื่อออนกรีนแล้ว ต้องสังเกตเขาด้านหลังให้ดีถ้าพัตต์หันหน้าเข้าหาเขา แสดงว่าพัตต์ขึ้น แต่บนกรีนเหมือนพัตต์ทางลง ดังนั้นจึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก |
| | |
หลุม 8 พาร์ 5 ระยะ 510 หลา หลุมพาร์ 5 อุปสรรคโอบีด้านซ้าย ประกอบกับต้นไม้กลางแฟร์เวย์ หลุมนี้ถ้ามั่นใจว่าไดร์ฟตรง ให้เล็งทางซ้ายเบียดโอบี มีสิทธิทำสองออนได้ไม่ยาก เพราะมุมด้านนี้เปิดโล่งไม่มีต้นไม้ขวางหน้า ก็ต้องแลกกัน ขึ้นอยู่ว่าจะมีความมั่นใจหรือไม่ ส่วนบนกรีนไม่ปัญหา ยกเว้นเวลาหลุมเจาะหน้ากรีน มีโอกาสหลุดสามพัตต์ได้ง่ายๆ | |
| | |
| หลุม 9 พาร์ 4 ระยะ 371 หลา ถ้ายืนที่แท่น ที-ออฟ จะมีความรู้สึกว่าง่ายมากสำหรับหลุมนี้ แต่ต้องหันกลับมามองว่า เมื่อพลาดในซ๊อตที-ออฟ เพราะแฟร์เวย์มีด๊อกเลคซ้าย ทำให้การตีในซ๊อตแรก มีสิทธิหลุดแฟร์เวย์เข้าแนวต้นได้ทางขวาได้ ประกอบกับสนามเลี้ยงราฟไว้เพื่อชดเชยความง่ายตามความคิดของนักกอล์ฟ และกรีนก็ยกสูงไปทางด้านหลัง ซึ่งกรีนมีความลาดเอียงค่อนข้างมาก ตามตำแหน่งการเจาะหลุม นอกจากนี้ ทรายก็ยังคงเป็นอุปสรรคกวนใจสำหรับนักกอล์ฟที่จะทำสองออน และทำสองพัตต์ ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องของความท้าทายให้ท่านลองมาทดสอบดู |